ช่วงนี้หายใจเข้าออกเป็นหน้ากากแก้วค่ะ 555 ยกการ์ตูนทั้ง 46 เล่มลงมาอ่านแล้ว
ไล่เซฟแฟนอาร์ตและภาพออริจินัลของอ.ซุสุเอะอย่างบ้าคลั่ง แถมดูอนิเมะเวอร์ชั่น 2005 แล้วด้วย
 
สรุปคือรักต้นแบบออริจินัลที่สุดอ้ะ ภาพสวย เส้นสวย ใครจะว่ายังไงก็ขอยกให้เรื่องนี้เป็นครูของเราล่ะค่ะ ^^
(ท่านสามารถดูสภาวะฟุ้งซ่านของดิชั้นได้จากหน้าแฟนเพจ อีนี่บ้าทุกวันค่ะ) 
 
ยังไงก็ขออัพกันดองกันบูดเอาไว้ก่อนละกันเน้อ ก่อนที่จะหายไปตุนผลงาน ไม่ใช่แค่หน้ากากแก้ว เพียบเลย
โดยเฉพาะฮาเฮลิเกไทยฉบับพัฒนา
 
 
มายุตัดพ้อเบาๆ
ความจริงลิเกบ้านนอกชนะขาดนะคะ ลิเกกรมศิลป์รำร้องถูกต้องก็จริง แต่กลิ่นรสไม่บ้าน ไม่แซบ
 
 
 
ต้นฉบับ: มายะเอากลีบกุหลาบสีม่วงไปทำดอกไม้แห้งคั่นหนังสือ
ภาคลิเก: มายุเอาแบงค์ม่วงไปเป็นเงินขวัญถุง เป็นของสำคัญ
 
 
ต้นฉบับ: หนูเปี๊ยก, แม่ตัวน้อย (อนิเมะพากย์ไทย)
ภาคลิเก: อีหนู!!!
 
 
ต้นฉบับ: คิดจะขัดขืนฮายามิ มาสึมิ แห่งคณะไดโตะรึ
ภาคลิเก: คิดจะขัดขืนคุณมาตุลีแห่งทรัพย์ไพบูลย์กรุ๊ปรึ!! (BGM: เงินน่ะมีไหม)
 
 
 
ต้นฉบับ: ชุดเคลื่อนไหวสะดวกสำหรับซ้อมละคร
ภาคลิเก: เสื้อยืด/เสื้อนักศึกษา (สำหรับคุณภัส) + โจงกระเบนแดง
 
อะ ว่าแล้วก็กำหนดซะเลย
 
กำหนดลงหน้ากากแก้วภาคลิเกในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555 ค่ะ
จะกำหนดอัพอาทิตย์ละ 1 เอนทรี ทุกวันศุกร์ช่วงเย็นๆ นะคะ
(และจะพยายามตรงเวลาค่ะ ^^)
 
ถ้าเห็นยังไม่ลงตามเวลาที่กำหนด ทวงเช้าทวงเย็นได้ที่ ems แฟนเพจ และอีเมล์ค่ะ :D
ส่วนรวมเล่มการ์ตูนมโนสาเร่ ขอผลัดเป็นปลายกุมภาเด้อ ขอเซ็ทหน้ากากแก้วรายสัปดาห์นี่ให้ได้ก่อน
 
(แถมปก)
 
 
 
ขอบคุณสำหรับเสียงเชียร์โดยเฉพาะพ่อมาลัยแบงค์ม่วงค่ะ 5555555555
 
จะพยายามเขียนให้ฮาในบริบทอย่างไทย สนุกได้ทั้งคนดูลิเกและคนอ่านการ์ตูนนะคะ :D
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะให้เรื่องนี้เป็นสะพานเชื่อมภูมิปัญญาเก่ากับยุคสมัยใหม่ค่ะ
 

กราบลาไปพัฒนางาน

posted on 15 Jan 2012 13:27 by kwanrapee  in Talking
ชีวิตเริ่มเยอะแล้วค้าาาาา
ปลายเดือนออกเร่ละคร เดือนกุมภาพันธ์ก็มีคิวออกเร่ + เข้าร่วมเทศกาลละครกรุงเทพ
นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาฮาเฮลิเกไทยอีก เลี้ยงปากเลี้ยงท้องอีก ป๊าดดดดดดดดด
 
แล้วก็ หน้ากากแก้วภาคลิเก ยังมีอะไรติดขัดและต้องแก้ปริศนาอีกเยอะมากมายเลยค่ะ
เพิ่งสำนึกได้ว่า "ลิเก" ไทย กับ "ละครเวที" ญี่ปุ่น ไม่เหมือนกัน
 
ลิเกไม่มีองค์กรหรือสมาพันธ์ที่ดูแลอะไรมากมาย ไม่ได้มีมาตรฐานอะไรมาก เป็นเรื่องที่ตัดสินยากมาก ประกวดลิเกนี่แทบจะหาเกณฑ์มาตรฐานไมไ่ด้ ก็ลิเกมันไหลลื่นกะล่อนออกอย่างนั้นน่ะ ทางเล่นก็ไม่เหมือนกันด้วย
 
ปัญหาเรื่องพระเด่นกว่านางก็เช่นกัน ลิเกไม่มีพื้นที่ให้ตัวนางเอกมากนัก รวมทั้งเรื่องลิเกด้วย หาเรื่องที่นางลิเกเด่นๆ ได้ยากเต็มที เราก็คงต้องไปคิดวางเรื่องเองน่ะค่ะ คาดว่ารีเสิร์ชหนักแน่
 
ภาพของคุณภัส (คุณอายูมิ) ก็อาจจะไม่ได้เฉิดฉายอะไรมากมายนักเหมือนต้นฉบับนะคะ ก็เพราะไม่ได้อยู่ในวงการบันเทิงและการแสดงแบบกระแสหลัก แต่ก็จะพยายามคงอิมเมจคุณหนูวังหน้าไว้ให้ได้มากที่สุดค่ะ
 
(ตกลงมันคือการ์ตูนแก๊กใช่ไหม? ทำไมจริงจังแบบนี้วะเนี่ย!!!) -*-
 
ว่าแล้วก็ลงภาพวาดเล่นมานิดหน่อย~
 
 
พ่อยกลับๆ คุณมาตุลี พับแบงค์เองอะไรเอง เป๊ะเวอร์ แต่บางครั้งยุ่งๆ ก็เอามาเย็บเฉยๆ ละกัน
รู้ไหมว่าความรู้สึกของแม่ยกพ่อยกที่ได้คล้องมาลัยที่ตัวเองทำเองอะ มันสุดๆ เลยน้ะ!!!
 
 
 
เทียบเคียงกับทุ่งร้างที่ถูกลืม บทสาวน้อยหมาป่าค่ะ
คาดว่าบทที่เล่นยากและตีแตกกระจุยสำหรับลิเกน่าจะเป็นบทแก้วหน้าม้าตอนถวายลูกค่ะ
มันไม่ง่ายหรอกนะที่นางเอกสวยๆ เรียบร้อยๆ จะพลิกคาแรกเตอร์เป็นตัวก๋ากั่น แถมแต่งหน้าเป็นนางแก้วหน้าม้าอีก T__T รีเสิร์ชอย่างหนักเลยล่ะค่ะแบบนี้ คงต้องจับตาดูคาแรกเตอร์แม่แก้ว-ดวงแก้ว ลูกท่าเรือ เอาไว้แล้วล่ะ
 
ดังนั้นเลยอยากบอกว่า
 
ขอกราบลามิตรรักแฟนเพลงไปพัฒนางานค่ะ
 
อาจจะไม่ได้มาอัพบล็อกอีกระยะหนึ่งเลย แต่จะพยายามวาดไอ้นั่นไอ้นี่มาลงนะคะ โดยเฉพาะโปรเจคหน้ากากแก้วภาคลิเก ที่เขียนนี่เพื่อพัฒนาการวางเรื่องกับอัพเกรดลายเส้นด้วยค่ะ อย่างน้อยๆ ก็จะพยายามลงให้ต่อเนื่องนะคะ T__T
 
ขอบคุณสำหรับเสียงตอบรับและการติดตามค่ะ :)
 
 
เป็นโปรเจคการ์ตูนแก๊กที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้าค่ะ (แต่ดูโคตรจริงจัง)
ดำเนินความตามท้องเรื่องคล้ายหน้ากากแก้ว มีดัดแปลงนิดหน่อยตามบริบทของลิเกและสังคมไทย
 
ความจริงบทประพันธ์ลิเกไม่มีใครหวงใครห้ามนะ จะลักจำเอาไปแสดงก็ได้
แต่เอาเป็นว่าบทประพันธ์ "นารีเสวยราชย์" อันนี้เป็นจดลิขสิทธิ์นะคะ เป็นบทนางเอกแสดงยากและสุดยอด
ไม่มีใครทำได้เหมือนต้นฉบับ
 
หมายเหตุ: ใครที่อ่านหน้ากากแก้วและดูลิเกด้วย จะยิ่งเพิ่มอรรถรส แต่ถ้าใครเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ก็คงจะมันส์ๆ ฮาๆ ไปตามเรื่องนะคะ 5555
 
 
 
นางเอกมยุเรศ (คิตาจิมะ มายะ) -- ชื่อเล่นมายุ 
 
เกิดในตระกูลลิเก พ่อตายแล้ว แม่เลิกเล่นลิเกเพราะพิษเศรษฐกิจ และไม่อยากให้ลูกสาวเจริญรอยตาม
ทั้งแม่และมายุทำงานในร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยวย่านบางลำพู (สมัยก่อนบางลำพูมีวิกลิเกน่ะ 55) มายุเป็นเด็กกะโปโลทำอะไรไม่เก่ง แต่เรื่องครื้นเครงเก่งนัก
 
มีไหวพริบปฏิภาณดี จำกลอนได้หมด ด้นกลอนเก่ง เป็นลิเกนักด้นสด แอ็คติ้งดี แต่รำห่วยมาก งูๆ ปลาๆ
เป็นพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว ตะเกียกตะกายจะกลับไปเล่นลิเกให้ได้ สุดท้ายอยู่ในคณะลิเกจันทร์รำไพของคุณครูจันทร์รำไพ ต่อมาออกไปหาประสบการณ์การแสดงตามงานวิกและงานปลีกต่างๆ เพื่อฝึกฝนตนเอง
ให้รับบทนางเอกใน "นารีเสวยราชย์" ให้ได้
 
 
 
นางเอกอาภัสสรา (ฮิเมกาวะ อายูมิ)
 
หรือคุณภัส คุณหนูแห่งวิทยาลัยนาฏศิลป์ (วังหน้า) ตระกูลเป็นโขน ละครชาตรี และลิเก เป็นตระกูลนาฏศิลป์ที่เป๊ะและใหญ่มาก เจริญรอยตามพ่อแม่ เป็นอัจฉริยะแห่งวงการลิเก เพราะมีความรู้นาฏศิลป์อย่างกรมศิลปากร
ประำจำอยู่คณะ "รุ่งฟ้านาฏศิลป์" (คณะอองดีน)
 
เป็นคนที่อาศัยพรแสวงมากกว่าพรสวรรค์ รำสวย เป๊ะ แสดงเก่ง เสียงร้องมีเสน่ห์ ดูแล้วเป๊ะไปหมดทุกสิ่ง
ยกเว้นไหวพริบปฏิภาณที่จะสู้มายุไม่ได้ เป็นอีกหนึ่งตัวเก็งที่จะแสดง "นารีเสวยราชย์"
 
 
 
คุณมาตุลี ทรัพย์ไพบูลย์ (ฮายามิ มาสึมิ)
 
ประธานใหญ่แห่งทรัพย์ไพบูลย์กรุ๊ป บริษัทบันเทิงใหญ่ที่เริ่มจะหันเหมาทำธุรกิจศิลปะพื้นบ้าน และลิเกก็เริ่มอยู่ในความสนใจของมหาชนอีกครั้ง จุดกำเนิดมาจากพ่อเลี้ยงของคุณมาตุลีที่ฝังใจกับนางเอกจันทร์รำไพ และอยากจะได้บทประพันธ์ "นารีเสวยราชย์" มาเป็นของบริษัท คุณมาตุลีเลยทำทุกวิถีทางเพื่อบีบลิขสิทธิ์ให้ตกอยู่กับบริษัท
 
คุณมาตุลีประทับใจการแสดงแบบ "ไม่เป๊ะแต่ไหวพริบเป๊ะ" ของมยุเรศ เลยเป็นพ่อยกลับๆ คอยส่งช่อดอกไม้พับแบงค์ม่วง (แบงค์ 500) มาให้ มยุเรศเรียกว่าเป็น "พ่อมาลัยแบงค์ม่วง"
 
 
พระเอกกิ่งกาญจน์ (ซากุระโคจิ ยู)
 
พระเอกหนุ่มดาวรุ่งแห่งคณะรุ่งฟ้านาฏศิลป์ (ดีกรีความดังประมาณพระเอกลิเกชั้นแนวหน้าประมาณพระเอกทูลไท นพรัตน์) คอยช่วยเหลือมายุ หลงรักมายุอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ 
 
 
 
 
ครูจันทร์รำไพ (สึกิคาเงะ จิงุสะ)
 
อดีตนางเอกลิเกดังระดับตำนาน (แบบดวงแก้ว ลูกท่าเรือ) ลงวิกที่ไหนวิกแตกที่นั่น
จัดว่าเป็นลิเกลอยดอก เรียนรู้ลิเกมาหลากหลายสไตล์แล้วประยุกต์เป็นแนวของตัวเอง พื้นฐานจากหอมหวลผสมเมรุปูน และลิเกต่างจังหวัดต่างๆ ที่เคยพบมา ประสบการณ์การแสดงสูงมาก เล่นบทนางเกศราจาก
"นารีเสวยราชย์" บทประพันธ์ของครูทรงยศ (โอซากิ อิจิเร็น) จนเป็นที่เลื่องลือ เรียกว่าเป็นบทนางเอกชั้นครูในวงการลิเก แสดงยากมาก ถึงแม้พ่อเลี้ยงของคุณมาตุลีจะมาเป็นพ่อยกและอยากให้ยกบทให้ก็ไม่ยอม
 
ชีวิตการแสดงของครูจันทร์รำไพจบลงเมื่อถูกสาดน้ำกรดเนื่องจากความอิจฉากันเองในหมู่ลิเก จึงผันตัวเองเป็นครูลิเกและตั้งคณะจันทร์รำไพเพื่อฝึกฝนลิเกหญิงให้แสดงบทนางเกศราให้ได้
 
 
 
 
 
 
 
จบก่อนละ ตัวละครสมทบค่อยว่ากัน :P
 
คือยังนึกไม่ออกว่าบทสุดยอดของนางเอกเป็นบทอะไร แต่คิดว่าน่าจะมีเรื่องอะไรสักเรื่องหนึ่งที่เล่นแล้วคณะอื่นเลียนแบบไม่ได้ เป็นทางเล่นเฉพาะ (แบบทางเล่นหอมหวล ซึ่งแม้จะแตกซ่านเซ็นมีอิทธิพล ก็ยังสู้คณะศิษย์หอมหวลไม่ได้ ไรงี้) ก็ตั้งว่าเป็นนารีเสวยราชย์ไว้ก่อนละกัน ซึ่งในลิเกจริงมันเป็นบทนางเอกปลอมเป็นผู้ชายขึ้นครองราชย์น่ะ คิดว่าน่าจะยากขั้นแอดวานซ์ แต่ถ้าจะล้อคงต้องหาบทอะไรให้มันหนักกว่านั้นหน่อย
 
เวิ่นเว้ออะ 555555 มีคอมเมนต์อะไรเพิ่มเติมหรืออยากจะบริจาคมุก เชิญได้นะคะ ><''~