(ไปดูลิเกพารากอน แล้วอยากบอกอะไรบางอย่าง เลยจัดมา)
 

รู้สึก WIN (รู้สึกถึงชัยชนะ เป็นภาษาในอินเทอร์เน็ตของวัยรุ่นยุคนี้) อีกครั้งเมื่อได้ยินข่าวว่า ททท. จะนำทัพลิเกขึ้นเล่นที่ลานกว้างห้างสุดไฮโซวใจกลางเมือง จริง ๆ เมื่อปีก่อนเขาก็เอาขึ้นนะ (เปิดตัวแสตมป์ลิเก แล้วมีลิเกแสดงด้วยในพารากอน) แต่ครั้งนี้รู้สึกจัดเต็มกว่า ลิเกได้มีโอกาสอวดโฉมต่อชาวต่างชาติ ชาวกรุงเทพฯ ที่อาจไม่ได้คุ้นเคยกับศิลปะการแสดงพื้นบ้านแขนงนี้ และอีกหลายต่อหลายคนที่ไม่เคยดูลิเก

ดูรายชื่อนักแสดงลิเกแต่ละคนแล้วน้ำลายหก ระดับชั้นนำในวงการทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นพี่เอ-ไชยา (ลิเกระดับดาราที่พลิกฟื้นเปลี่ยนโลกของลิเกพอสมควร) พี่ผาภูมิ มาลัยนาค+พี่จันทรา ดาราทิพย์ พี่ทูลไท บางระจันทร์ พี่เอกรัก เจริญรัตน์ พี่ณัฐ ชัยอนันต์ พี่นก-สกุณา รุ่งเรือง ครูหนุ่ม-ดร.อนุกูล โรจนสุขสมบูรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านลิเก (และเป็นคนที่แสดงลิเกได้มีเสน่ห์มากคนหนึ่ง) เซอไพรส์มากกว่านั้นคือครู ๆ ขึ้นแสดงด้วย...ศิลปินแห่งชาติอย่างครูบุญเลิศ นาจพินิจ ศิลปินลิเกอาวุโสที่ยังคงทำงานลิเกอย่างต่อเนื่องอย่างครูวิโรจน์ หลานหอมหวล ครูเด่นชัย เอนกลาภ ครูพงษ์ศักดิ์ สวนศรี และนักแสดงประกอบจากคณะลิเกต่าง ๆ ต่างก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม

คือ จะบอกว่ากำไรมาก ถ้าดูลิเกโปรแกรม 18.00-21.00 น. อันเป็นไฮไลต์ของงาน ทั้งลิเกชั้นนำและทั้งครูลิเกหลายท่านจะผลัดขึ้นมาให้ท่านชมอย่างหนำใจที เดียว คอลิเกไม่ควรพลาด และคนรุ่นใหม่ก็ไม่ควรพลาดเช่นกันค่ะ

 

 

 

 

งวดนี้เขาโฆษณาว่ามัลติมีเดีย ก็เห็นว่ามัลติมีเดียจริงงง (ฉากหลัง) ฉากหลังฉายเป็นภาพเปลี่ยนว้อบแว้บไปมา ที่ชอบมากคืออภินิหารเรียกไฟเรียกน้ำในขุนช้างขุนแผนตอนตีเชียงใหม่ หรือการตีเรือแตกของผีเสื้อสมุทรที่ฉายเป็นภาพขยายร่างเป็นฉากหลังและเพิ่ม ภาษานาฏศิลป์ (ถ้าใครตีภาษาออกจะยิ่งฟิน) ช่วยเสริมอรรถรสการดูลิเกได้ดียิ่งขึ้น นอกนั้นลิเกและปี่พาทย์เป็นเสน่ห์ดั้งเดิมอยู่แล้ว ไม่ได้แตะ ไม่ได้เปลี่ยนอะไรอย่างที่คิดไว้ก่อนหน้า ขอชมว่าทำได้ดีมากๆ ค่ะ ของเก่าไม่เสีย ของใหม่เข้ากันได้ดี ปรบมือให้ดัง ๆ เลย

 

 

 

 

สิ่งที่อยากจะเสนอแนะผู้จัดงานเล็กน้อยคือว่าท่านอาจจะยังไม่เข้าใจจริตของคนดู ลิเกดีพอ งานนี้ควรปูเ้สื่อค่ะ ปูเสื่อหน้าโรงไปเลย ถัดไปเป็นเก้าอี้ ขอเก้าอี้เยอะ ๆ คือคนดูลิเกเขาห่วงอย่างเดียวค่ะ....เขาอยากดูลิเกให้ชัด ๆ อยากนั่งดูลิเกได้อย่างไม่ลำบาก งานวันนี้ค่อนข้างแออัดยัดเยียด แฟนลิเกแห่แหนกันมาทุกสารทิศ คุณย่าคุณยายชะเง้อคอกันอย่างยากลำบาก เพราะวันนี้สื่อมวลชนก็เยอะเนอะ คนถ่ายภาพ ใครต่อใครอีรุงตุงนังกันพอดูเลย

เสนอแนะอีกอย่างหนึ่งคือ ลิเกควรแสดงในที่โล่งแจ้งนะ แบบนี้แออัดกันเกินไปหน่อย และดูไม่เป็นพื้นที่เปิดที่ใครก็สามารถเดินเข้าไปดูลิเกได้ (เหมือนลิเกวิกปิดล้อมเลย) ดังนั้นงานวันนี้สิ่งที่เห็นคือแฟนลิเกค่ะ อย่าคิดว่าคนดูลิเกจะน้อยนะคะ แม้กระทั่งในยุคนี้ คุณย่าคุณยาย น้า ๆ ป้า ๆ เด็กรุ่นใหม่หลายคน (รวมทั้งผู้เขียน) และอีกหลายคนก็ยังคงเสาะแสวงหาคิวงานลิเก เสาะแสวงหา vcd ลิเกมาดูกันอยู่ค่ะ

การแสดงในที่โล่งแจ้งคือการประกาศศักดา กันจะจะเลยว่านี่คือลิเก ลิเกมาผงาดฟ้าพารากอนแล้วน้า และจะเปิดพื้นที่ เปิดหัวใจของคนรุ่นใหม่ได้ด้วยค่ะ ตอนนี้มันดูเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับแฟนลิเกมากเกินไปหน่อย ไม่ค่อยมีวัยรุ่นหนุ่มสาวแบบทั่วไป คือให้เขาลิ้มชิมรสสักนิดก็น่าจะดีค่ะ

 

 

 

 

นิทรรศการลิเกที่จัดว่าคณะนั้นนี้ไปแสดงที่นั่นที่นี่ แล้วมีของดีน่าท่องเที่ยว กำลังคิดว่าน่าจะมีศูนย์รวมคิวงานลิเกเนอะ (ความจริงหาไม่ยาก ตามเว็บบอร์ดลิเกทั่วไปก็มี แต่ก็อาจจะไม่ได้รวบรวมแบบทีเดียว สมมติจะดูคณะนี้ ๆ เจาะจงเลย แต่หาคิวงานไม่ได้ในเว็บบอร์ด ก็ต้องถามเครือข่ายแฟนลิเกกันเอาเอง) จะได้ประชาสัมพันธ์ทั่วถึง ใครสนใจอยากดูจะได้แห่แหนกันไป อะไรทำนองนี้ค่ะ

ที่ผ่านมาการประชาสัมพันธ์ว่ามีลิเกแสดงนอกจากตามหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว (เช่น ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร โรงละครแห่งชาติ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพฯ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ หน่วยงานเอกชน ฯลฯ) ประมาณว่าลิเกคณะไหนแสดงวัดไหน มีงานเทศกาลอะไรไปแสดงมันวงในมาก ถ้าไม่เหนียวหนึบก็ไม่รู้ และต้องอาศัยคนรู้จักกันพอสมควร หากต้องการให้ลิเกรู้จักในวงกว้าง น่าจะมีรวมศูนย์ PR ค่ะ

(คอมเมนต์ไม่เกี่ยวกับ ททท. เลยเนอะ ^^" ลิเกล้วน ๆ เลยฉัน)

 

 

 

 

ส่วนการแสดงลิเกบนเวทีนั้น "หลากหลาย และกำไรคนดู" เอาทีละเรื่องนะคะ

สังข์ทอง

พี่เอ-ไชยา พลังแรง อินเนอร์ดี ตีแตกอีกเช่นเคยค่ะ ร้องไห้จริง น้ำตามาเต็ม ร้องเต็ม แอ๊บแบ๊วได้หน่อมแน้มสมบทบาทพระสังข์ ส่วนบทนางพันธุรัตทั้งสองนางที่สลับสับเปลี่ยนเป็นร่างคนและร่างยักษ์ก็แสดง ได้ดีค่ะ เสียงร้องไม่ตกทั้งคู่เลย

แต่สิ่งที่ยังคงเป็นจุด อ่อนเสมอสำหรับคณะไชยา มิตรชัยคือตอนนี้มีแต่นักแสดงลิเกจำนวนมากขึ้นบนเวทีในฉากหกเขย+หกนาง ความจริงน่าจะตัดให้เหลือท้าวสามล นางมณฑา รจนา เท่านี้ก็พอค่ะ รู้สึกว่าใช้นักแสดงลิเกไม่คุ้ม ได้ร้องคนละกลอนสองกลอนและแทบไม่ได้แสดงอะไรเลย เอาขึ้นเวทีแล้วดูเยอะเกินจำเป็นค่ะ ฝากไว้นิดนึงนะคะ

 

 

 

 

 

ขุนช้างขุนแผนตอนตีเชียงใหม่

ครูวิโรจน์ หลานหอมหวลกับบทพระพันวษา ออกมาฉากเดียวแต่รู้สึกว่าสะกดค่ะ เชื่อว่าเป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน มาดน่าเกรงขามมาก พี่ตัวโจ๊กจากก่อนบ่ายฯ (ขออภัยจำชื่อพี่ไม่ได้ แต่หนูจำหน้าพี่ได้นะ ฮ่า ๆ ) แสดงเข้าขากันได้ดีค่ะ

ครูเด่นชัย เอนกลาภกับบทเจ้าเชียงใหม่ที่กรุ้มกริ่มเจ้าชู้ ครูเล่นถึงมากกกก น้องนางเอกที่รับบทสร้อยทองก็น่ารัก แสดงได้ดี (จำหน้าได้แต่จำชื่อไม่ได้ง่ะ นางเอกคณะไหนนะคะ ขออภัยลืม ^^")

พี่ผาภูมิและพี่เอกรักเหมาะกับบทมาก ๆ

บทพลายงามของพี่ผาภูมิ - ขี้เบ่งนิด ๆ เพราะเพิ่งได้รับมอบหมายหน้าที่อันสำคัญ และขี้เล่นหน่อย ๆ กับบทเข้าพระเข้านางกับพี่จันทรา ดาราทิพย์ น่ารักอีกเช่นเคยค่ะ ชอบดูพี่สองคนเกี้ยวกันจริง ๆ น่าร้าก น่ารัก

ส่วนบทขุนแผนของพี่เอก รัก - สุดยอดมาก พลังแรง มาเต็ม ทั้งรำทั้งร้องทั้งมุกตลก ดูสมบทขุนแผนที่จะต้องดูเก๋าเกม ชาญสนาม อ่านเกมขาดว่าลูกจะเข้าหาศรีมาลา สุดยอดค่ะ ชอบมาก

พี่ณัฐ ชัยอนันต์ - กับบททหารเชียงใหม่ ให้เต็มร้อยกับความขี้เล่นและการร้องลิเกอันทรงพลัง ชอบลูกเล่นของพี่มากค่ะ ส่วนนักแสดงลิเกคนอื่น ๆ ที่ไม่รู้จักชื่อ - มาเต็มทุกคนมาก ดูก็รู้ว่าตั้งใจร้อง ตั้งใจเล่น ชอบค่ะ

ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

ภาษาอีสานแปร่ง ๆ กันนิดหน่อย (ปกติแสดงลิเกเขาไม่ค่อยใช้สำเนียงอีสานกันเนอะ) แต่น่ารักดีค่ะ

พี่ทูลไทกับบทไอ้ทอง...คือบุคลิกของพี่ทูลก็เหมาะกะบทอยู่แล้ว พอมาดูพี่แสดงในไลน์เศร้า ๆ ก่อนฆ่าแม่ อารมณ์หิวโหยแทบขาดใจนี่ชนะเลิศไปเลยค่ะ ฉบับการแสดงของทูลไทคือต่อให้ดราม่าก็จะมีฮาปนด้วย งานนี้ฮาทั้งน้ำตาอยู่แล้ว คือกินข้าวเหนียวไปติดคอไปเหวี่ยงไป ชอบมาก แล้วก็ชอบดูที่พี่รำเกี้ยวกับนางเอกมากเช่นกัน นางเอกน่าร้าก น่ารัก ร้องเพราะรำสวย พระเอกอีกสองคนก็ร้องดี รำแจ๋ว มีขัดเขินบ้างแต่อภัยให้ค่ะ

 

 

 

 

พระอภัยมณี เรือแตก-ปี่พิฆาต

แทบจะขาดใจไปเลยกับครูบุญเลิศ นาจพินิจ เสียงยังแจ๋ว มาดพระเอกลิเกยังอยู่เต็มร้อยกับบทท้าวสิลราช (ใช่ไหมคะ พ่อของสุวรรณมาลี) บทของครูหนุ่ม-อนุกูล พระอภัยมณีดูเรียบร้อยไปนิดหนึ่งแต่ก็มีอินเนอร์ออกแล้วค่ะ กรุ้มกริ่มนิด ๆ น่ารัก เข้ากับบทสุวรรณมาลีของพี่นก-สกุณาผู้ไม่ทิ้งลายนางเอก กระฟัดกระเฟียดได้น่ารัก ไลน์กลอนของพระอภัยมณีสุดยอดอยู่แล้ว มาเจอบทบาทหยอกนิดเย้าหน่อยยิ่งเสริมให้น่าดูมากขึ้นไปอีก สินสมุทรที่คอยยั่วเย้าก็แสดงได้ดีค่ะ อมยิ้ม ส่วนฤาษีและตัวโจ๊กก็จัดฮากันไปได้อีกหลายมุก

ที่อยากจะชม เป็นพิเศษจริง ๆ คือนางเอกที่แสดงเป็นแม่ผีเสื้อค่ะ ร้อง รำ แอ็คติ้งกินขาด! แสดงแล้วเชื่อสุดใจว่าเป็นยักษ์ อินเนอร์มาเต็มมาก และไม่ได้แสดงว่าเป็นยักษ์ดุร้ายด้วย เป็นยักษ์ที่น่าสงสารด้วยซ้ำ ยอดฝีมือจริง ๆ น้ำตาจะออกอยู่แล้วตอนปี่พิฆาต

 

 

 

 

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ผู้เขียนอยากจะติงอะไรสักเล็กน้อยค่ะว่า โปรดมองทะลุเสื้อเพชรเถอะ ผู้เขียนไม่ได้สนใจว่าท่านจะแต่งลิเกอย่างไร เพชรแพงเท่าไหร่ไม่ได้ใส่ใจ ต่อให้แต่งชุดลิเกเก่า ยังไงก็จะอยู่ดูค่ะ

ประกายของเพชรไม่ได้ส่องมาจากเสื้อเพชร แต่ส่องมาจากความสามารถของลิเกทุกท่านบนเวที

ทุกคนเจิดจรัสเสมอเมื่อร้อง เมื่อรำ เมื่อแสดงบทบาท

คนทั่วไปมองเปลือกนอกของลิเกเป็นเพียงเสื้อเพชรวูบวาบและพวงมาลัยธนบัตรจำนวน มาก หากสำแดงพลังของศิลปะการแสดงลิเกให้ปรากฏชัด เปลือกเหล่านั้นก็จะได้ทลายลง และหันมาสู่แก่นจริง ๆ เสียที (ดูฝั้น ฝัน)

วิชาลิเก - อย่างที่อาโน้ต เชิญยิ้มบอกบนเวที เป็นแหล่งมุกชั้นดี มีทางเล่นหลากหลายเอาไปใช้

แน่นอนว่าจนปัจจุบันลิเกก็ยังคงเป็นอย่างนั้น ถ้าอยากได้ไหวพริบดี ๆ เชิญหาตลกลิเก คนเป็นลิเกเหมือนคนมีของ มีอาวุธเชิงศิลปะการแสดงที่แหลมคม หากฝึกฝนขัดเกลาจะยิ่งส่องประกายเจิดจ้า

ก็ลิเกใช้ทั้งร้อง ทั้งรำ ทั้งบทบาทการแสดง นอกจากนี้ลิเกเป็นปฏิภาณกวีในแบบชาวบ้านที่สำนวนกลอนทั้งง่าย ทั้งงาม ลิเกหนึ่งคนทำได้หลายอย่าง เจ๋งปะล่ะ!

เหตุหนึ่งที่ผู้เขียนไม่สามารถทำวิทยานิพนธ์ในเชิงศิลปะลิเกได้ เพราะรู้สึกว่ามันมีเยอะ ต้องเก็บตลอดชีวิตนี่แหละค่ะ บางทีมันพูดเจาะเป็นประเด็นไม่ได้ว่าเล่นแบบไหนยังไง แต่บางทีมันต้องดูเอง รู้สึกไปเอง (ลำบากเนอะ)

ดังนั้น มองทะลุเสื้อเพชรสู่แก่นภายในกันเถอะค่ะ

ขอขอบคุณผู้จัดงาน ครูลิเกอาวุโสทุกท่าน นักแสดงลิเกทุกท่าน แฟนลิเกทุกท่าน และหลาย ๆ คนที่พบเจอในวันนี้ ทุกคนเป็นครูที่ดีและเป็นโอกาสในการได้วิเคราะห์วิจารณ์การจัดงานแสดงลิเก เพราะเห็นประเด็นบางอย่างดังที่กล่าวมานี้ค่ะ ขอบคุณสำหรับความบันเทิงและแนวคิดที่ได้รับจากงานนี้นะคะ

ทิ้งท้ายด้วยภาพ reference ผลงานของข้าพเจ้าที่เขาเอาไปอ้างอิงบนบอร์ดนิทรรศการ ขอบคุณนะคะ :D

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot!

#16 By Tida on 2012-08-01 23:28

ชอบๆครับ

#15 By Tanawat on 2012-08-01 23:03

Hot! Hot! Hot! Hot!

#14 By แสงจันทร์ on 2012-08-01 22:40

Hot! Hot! Hot! Hot!

#13 By YiM-YiiM on 2012-07-24 15:44

แหล่มคร๊าา Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
ถ้าได้ไปงานแบบนี้ กับคนที่รู้และสนใจเรื่องนี้จริงๆ ก็คงจะดีไม่น้อยเลยนะเนี่ย
สอง ฮ่าๆๆ
big smile big smile big smile Hot! Hot! Hot!

#11 By Nirankas on 2012-07-23 08:54

วันนี้แวะไปดูงานนี้มาด้วย เห็น reference ฮาเฮลิเกไทย ของหนูแล้วดีใจจริงๆ สุดยอดค่ะ ก้าวต่อไปนะคะ ขวัญระพีคนเก่ง open-mounthed smile

#10 By krachout (103.7.57.18|58.9.68.207) on 2012-07-22 18:37

ดีใจที่มีงานอย่างงี้ค่า
ของดีดีของไทยจะได้ไม่หายไปไหนHot! Hot! Hot!

#9 By blackyanglob on 2012-07-22 09:46

สุดยอดเลยค่า อยากพาแม่ไปดูด้วยจริงๆ

#8 By Pichi on 2012-07-22 00:42

Hot! Hot! Hot! Hot!
น่าไปชมมากๆเลยค่ะ
เราเองไม่ได้อินหรือสนใจกับลิเกเท่าไหร่ เคยดูไม่กี่ครั้งตอนเด็กๆ.
. แต่อ่านแล้วอยากไปแฮะ

#7 By HeDw!g on 2012-07-21 22:02

อยากไปมากกกกก

#6 By ชัญญา on 2012-07-21 18:28

งานดีมากครับ อยากไปมาก ๆ แต่ติดว่าอ่านหนังสือสอบจะไม่ทันแล้ว เสียดาย
ขอบคุณที่มาเล่าบรรยากาศของงานให้ฟังนะครับHot!big smile

#5 By Nightpen on 2012-07-21 18:10

Hot! ต้องโหวต

#4 By D-faxtory on 2012-07-21 16:30

Hot!  งานเจ๋งๆ ที่เมื่อวานแบตร่างเราหมดร่างแหลกเลยไม่ได้เข้าไป

#3 By เมพหมี shakri on 2012-07-21 16:09

Hot! ....ของไทยๆ ที่ลืมๆ กันไปว่าดี
surprised smile 'bike cool!'

#2 By tawato on 2012-07-21 15:36

น่าไปดูแฮะ แต่ติดตรงที่ไกลบ้านนี่แหละ
ป.ล.ได้อ้างอิงบนบอร์ดนิทรรศการด้วย เจ๋งเลย

#1 By 121 on 2012-07-21 15:20