สรุปโดยย่อ: เอนทรีนี้เป็นเอนทรีถอดบทเรียนของขวัญระพีเกี่ยวกับเส้นทางนักเขียนการ์ตูน ของตัวเองตั้งแต่เริ่มต้นยันปัจจุบัน ออกแนวแชร์ประสบการณ์ อ่านได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ต้องอยากเป็นนักเขียนการ์ตูนก็อ่านได้ เอาไปประยุกต์ใช้ได้ตามสะดวกโยธินเลยค่ะ ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายเกี่ยวกับการออกมาบินเดี่ยวเป็นนักเขียนการ์ตูนช่วงกลางปี 2554 เป็นต้นมาค่ะ
 
ถอดบทเรียนนักเขียนการ์ตูน (2): ภาคกึ่งมืออาชีพ
 
เริ่มแรกจากการที่เราเรียนปริญญาโทต่อในภาควิชาเดิมคณะเดิม (เอกไทย) แล้วปรากฏว่ามันไม่ใจอย่างแรง ยอมรับว่าในตอนแรกสุดเราคิดว่าเราไม่สามารถจะเป็นอะไรได้มากไปกว่านักเขียนการ์ตูน
 
เคยคิดว่าจะไปสายเขียน บรรณาธิการ สายทำหนังสือ แต่พอได้ทำชมรมวรรณศิลป์จึงรู้ว่าโลกของเราไม่ได้อยู่ที่นี่ เราชอบเขียนก็จริง แต่ไม่ชอบแบบ 100% ค่ะ เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงเน้นมุกตลกเล่นคำเยอะ เพราะเราก็ชอบเขียน แต่ไม่ได้อยากทำเยอะขนาดนั้น ตอนนั้นเคว้งไม่รู้จะอะไรต่อ งานประจำเหมือนชาวบ้านก็ไม่ได้อยาก ไม่อยากทำอย่างอื่นเลย อยากเป็นแต่นักเขียนการ์ตูน แต่เรากลัวเรื่องความอยู่รอด กลัวหลายอย่าง ก็เลยตัดสินใจเรียนปริญญาโทไปก่อน
 
สิ่งที่สรุปได้จากการเรียนปริญญาโท คือ เราได้วิชามาเยอะค่ะ แต่เราค้นพบว่าเราชอบภาษาไทย แต่ชอบในระดับป.ตรี อะไรที่มากกว่าป.ตรีไม่ได้อยากรู้แล้ว ประกอบกับนิสัยดั้งเดิมเราไม่ใช่นักวิชาการแบบที่เราเคยเข้าใจมาตลอด (เป็นอาร์ตหลบใน) และเีราค้นพบว่า
 
-การไปเส้นทางที่ไม่ใช่ บั่นทอนหัวใจและกำลังวังชา เราเขียนการ์ตูนสนุก ทำกิจกรรมกับมะขามป้อมสนุก แต่พอหมดช่วงงาน ต้องกลับมาเรียนนี่เราทรมานมาก ทรมานจนเริ่มคิดแล้วว่าจะมาทนกับที่ๆ ไม่ใช่ทำไม คือเราจะคิดว่าหาฐานเป็นกระดาษที่ตราว่ามหาบัณฑิตเพื่อจะเขียนการ์ตูน แล้วทำไมไม่ลุยกับการ์ตูนวะ? มาอยู่ที่นี่ทำไม?
 
-ความกลัวเป็นบ่อนทำลายชั้นดี เรากลัวว่าถ้าเป็นนักเขียนการ์ตูนแล้วชีวิตจะไส้แห้ง ไม่มั่นคง ฯลฯ ทั้งๆ ที่เราดำเนินงานมาในลักษณะมือสมัครเล่นแบบเลาะๆ เรียนไปกิจกรรมไปวาดไป ยังไม่ได้จับงานจริงๆ สักที จุดนี้จึงเป็นเหตุผลหลักที่ตัดสินใจลาออกเพราะ "ยังไม่ได้ลอง" อย่างเต็มตัว
 
ถ้าเราลองแล้วเราล้มเหลวเราจะไม่ว่าเลยค่ะ แต่นี่ยังไม่ได้ลองก็กลัวแล้วว่าจะไส้แห้ง ก็เลยตัดสินใจจะเสี่ยงกับมันดูค่ะ

และจากการทำงานมาตลอดปีกว่าๆ ก็ค้นพบว่า:
 
มีการสืบต่อจากมือสมัครเล่น
 
การโพสลงบล็อกได้ผลมากค่ะ เราได้งานสายการ์ตูนโดยตรงจากการเขียนบล็อกหลายงาน เรียกว่าส่วนใหญ่ที่เรามีงานมีการเพราะการต่อเนื่องไม่หยุดจากการเป็นมือสมัครเล่นเขียนลงบล็อกนี่แหละ อย่างที่บอกว่าเป็นการทดลองตลาดที่ได้ผลอย่างยิ่ง ได้คนที่ตามงานเรา ได้ข้อเสนอแนะปรับปรุง ได้คอนเน็คชั่นงาน แต่ทั้งนี้ต้อง "สม่ำเสมอ" เป็นหลักชัยประการสำคัญนะคะ
 
ทำงานหลากหลาย โฟกัสหาย โฟกัสเลือน
 
ความกลัวว่าจะไส้แห้งยังคงหลอกหลอนในช่วงแรกๆ ของการออกมาทำงานค่ะ ด้วยความที่สมัยเรียนเราทำกิจกรรมหลายอย่าง ผลพวงเลยงอกได้สกิลมาหลากหลาย
 
ดังนั้นที่ผ่านมาเราชั่งน้ำหนักการหารายได้จากการเขียนการ์ตูนไปทำงานอื่นๆ ไปค่ะ ทำแหลกเลย เป็นคอลัมนิสต์ เขียนข่าว บันทึกข้อมูล บรรณาธิการพ่วงพิสูจน์อักษร เล่นละครเร่ เขียนบทความวิชาการ แต่ละอย่างก็พลังงานไม่ใช่น้อยๆ แล้วมันมีหลายครั้งที่ตอนเช้าเราเขียนการ์ตูน ตอนเย็นต้องไปเล่นละคร วันนี้ทำงานวิชาการ อีกวันนึงทำงานศิลปะ
 
ผลคือเราเบลอ โฟกัสเลือน ชักงงว่าตกลงกูเป็นอะไร นี่เป็นนักเขียนการ์ตูนแต่ปั่นบทความวิชาการยิกๆ เนี่ยนะ?! แล้วฝีมือวาดก็เหมือนจะไม่ได้พัฒนามากขึ้นเท่าไหร่ด้วย คือวาดๆ อยู่ 4-5 วัน ก็ต้องผันตัวเองไปทำงานอื่น กลับมาวาดๆ มือก็ไม่คล่องเหมือนเดิม ต้องฟื้นสกิลกันใหม่อีก แล้วเขียนอะไรลึกซึ้งๆ ไม่ได้เพราะไม่มีเวลามาย่อยความสุนทรียะ
 
ที่สำคัญคือสุขภาพค่ะ ป่วยจากการทำงานหนัก นับที่เป็นอยู่ล่าสุดนี่ 4 ครั้ง อาการอ่อนเพลียพ่วงเป็นหวัด เสียงไม่มี สุขภาพจิตก็นอยด์ เหวี่ยงง่าย ร้องไห้ โอยเยอะอะ
 
เรารับงานแบบเกินขีดจำกัดของตัวเอง และโดยพื้นฐานเราเป็นคนซีเรียสค่ะ (เห็นเขียนการ์ตูนปัญญาอ่อนนี่ ตัวจริงซีเรียสนะคะ T T) ความรู้สึกว่า้ต้องไฟท์ให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม บางทีมันเป็นตัวบั่นทอนชั้นดีเลย ต้องระวังพลังแรงของตัวเองกันไว้ด้วย
 
ส่วนหนึ่งยอมรับว่าเพราะถูกฝังหัวมาว่าต้องไฟท์เพราะเป็นอาชีพแบบไม่มีอะไรรองรับ ความคิดของเราเลยมีแต่คำว่า "ไฟท์" แล้วไฟท์ดุเดือดมาก รีดเอาความสามารถและพลังกาย พลังใจ พลังสติปัญญาออกมาใช้จนหมดแทบไม่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรเราก็ลงมือทำหมดเพื่อดูดซับประสบการณ์และฝึกความสามารถทุกด้าน...อะไรที่เราทำได้ มีสกิล เราทำหมดจริงๆ ค่ะ เพราะกลัวอดตายแท้ๆ 555
 
อะ สรุป
 
ประโยชน์ของการทำงานหลายอย่างคือ:
-ได้ทักษะ ได้สกิล ได้ความสามารถอื่นๆ นอกเหนือจากการ์ตูน
-ได้ประสบการณ์จากการทำงานหลากหลายมากมาย
-ได้วัตถุดิบ ได้ไอเดียใหม่ๆ ไปเขียนการ์ตูน ซึ่งนี่ผลพลอยได้
-มีรายได้เสริมเพียบเบย
 
โทษของการทำงานหลายอย่างคือ:
-โฟกัสเลือน ทำอะไรก็ไม่งอกไปลึกซึ้งสักอย่าง
-เสียสุขภาพจิต ไม่ได้พักผ่อน นอนไม่หลับ ป่วย
 
"มืออาชีพ" ตามใจตัวเองไม่ได้
 
เรายังไม่ถึงขั้นที่จะเรียกว่ามืออาชีพได้เต็มปากค่ะ ยังต้องฝึกอีกเยอะ
แต่สิ่งที่เรามั่นใจว่าเรามีคือ "ทัศนคติ" แบบมืออาีชีพล่ะนะ
เรารู้สึกว่าสิ่งที่จะเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเราได้ไม่ใช่ความติสท์ส่วนตัวค่ะ
 
แต่คือความมีวินัย มองไกลว่าเราขาดเหลืออะไร จะพัฒนาไปอย่างไร
และมีปัจจัยอะไรที่จะทำให้เราสามารถยิงยาวกับอาชีพทางนี้ได้บ้าง
ค้นหาจุดแข็ง จุดอ่อน ศักยภาพของเราเอง
 
แล้วประการสำคัญ มืออาชีพนี่ทำตามใจตัวเองไม่ได้ค่ะ
ต้องตามใจคนอ่าน (+สนพ. แฮ่แฮ่) เอาเป็นว่าเวลาจะคิดงานหรือจะทำอะไรต้องคิดถึงคนอื่น
เช่น สื่อแบบนี้คนอ่านจะรู้เรื่องไหม เขียนสตอรี่บอร์ดไปแบบนี้เขาโอเครึเปล่า
นี่แหละค่ะโลกแห่งความเป็นจริง ทำอะไรตามใจตัวเองไม่ได้หมด เพราะเราต้องมีส่วนทำงานกับคนอื่นๆ ด้วย ถึงเวลาทำงานต้องสับสวิตช์ เข็นงานออกมาให้ทันกำหนด ประเมินคุณภาพตัวเองตลอด
 
แต่แต่แต่ ทั้งนี้ไม่ได้หมายถึงว่าเราต้องตามคนอื่นไปหมดนะคะ ไอเดียบางอย่างเราเป็นตัวเริ่ม แต่ก็ต้องมาตบๆ สื่อให้คนอื่นเข้าใจอะ ประมาณนั้น ไม่ใช่ติสท์ส่วนตัวโลกทลาย
 
ความติสท์มันมีได้ค่ะ สำคัญด้วย แต่อย่าติสท์เรี่ยราดในชีวิตจริง ชีวิตจะพังเอา 555
 
หัวใจเป็นอวัยวะที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
 
อันนี้สำคัญ ทำอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่นบางทีถ้าไม่มีหลักเกาะแน่นๆ ก็เป๋ได้นะคะ
ช่วงทำงานหลายอย่างและมาทำงานแบบกึ่งมืออาชีพนี่เราก็ดราม่าเยอะ
คือมันเหนื่อย แล้วมันรีดพลังงานตัวเอง มันเหมือนทรมานตัวเองน่ะ
 
ฟังดูเครียดเนอะ 555 แต่เรื่องใจนี่สำคัญจริงๆ ค่ะ มันต้องทนทานต่อโลกภายนอกประมาณนึง เช่นว่ามีคนมาตัดสินเรางั้นงี้ มีคนที่ไม่เห็นด้วยและพยายามจะตีกรอบไปทางเขา หรือเพื่อนรุ่นเดียวกะเราเรียนจบโท ประสบความสำเร็จ เงินเดือนเยอะ ชีวิตสดใส แฟนหล่อ (เกี่ยวปะ) ฯลฯ นี่ก็ต้องหนักแน่นในเส้นทางนะคะ
 
เพราะเรารู้ว่าฝันเราสำคัญ เราถึงมาอยู่ที่นี่ เพราะโลกที่คนอื่นเดินอยู่ไม่ใช่โลกของเรา
ตอนนี้ที่ต้องทำคือทำต่อไปให้สุดทางด้วยใจที่มั่นคงและเลือกแล้วว่าจะมาเดินทางนี้
 
ที่สำคัญ "อย่ากลัว" ค่ะ
เราถูกความกลัวกดหัวมานานมาก ด้วยที่ขี้นอยด์เอง จากสังคม จากผู้ใหญ่หลายคนที่ขู่ไว้
โตมาถึงได้รู้ว่าความกลัวมันทำให้เราไม่กล้าลงมือทำอะไรจริงๆ ตั้งหลายอย่าง เราจึงเลิกที่จะกลัว
ตอนนี้เราเริ่มไม่กลัวอดตายแล้วค่ะ เพราะเราลงมือทำ ลงมือทำได้ประสบการณ์ ได้บทเรียน รู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าจะไปยังไงต่อในเส้นทางนี้ เอาเหตุผลตั้ง ดราม่าไว้ทีหลังมันช่วยได้ค่ะ
 
อืมมม ทั้งหมดก็ประมาณนี้แหละค่ะ เขียนเมามึนไปยังไงก็ขออภัย นี่ลุยสดดุ่ยๆ มาตลอดเลย คิดอะไรได้ก็เขียน เอิ๊กๆ หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่เดินทางเดียวกันกับเรานะคะ
 
สู้ๆ ค่ะทุกคน XD
 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบอ่าคะ สุ้ๆนะคะ
จีคลับ

#5 By pammy (176.67.81.241|176.67.81.241) on 2015-09-05 01:32

โหว สุดยอดเลยค่ะ อ่านแล้วมีไฟ 55555555
กลับกัน กบเองเป็นคนชอบเขียน วาดรูปไม่ไหวเอาซะเลย แหะๆ
ได้อะไรดีดีอีกเยอะเลยค่ะจากบทความนี้ big smile Hot! Hot!

#4 By littleffrog on 2013-03-29 11:28

"เพราะโลกที่คนอื่นเดินอยู่ไม่ใช่โลกของเรา"
โดนมากพี่Hot! Hot!   สู้ๆ

#3 By ชุน on 2013-03-18 21:30

เดินตามฝันอย่างมีสตินะคะ เส้นทางชีวิตเราเป็นคนกำหนด ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร ขอแค่เราเดินอย่างมีความสุข ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็โอเคนะ 

#2 By krachout (103.7.57.18|203.157.38.253) on 2013-02-18 16:33

ยังมีภาคสามอีกปะเนี่ย
รอติดตาม
สุขสันต์วันแห่งความรัก
Hot! Hot!

#1 By Nirankas on 2013-02-16 16:09